เจาะลึก “มะเร็งลำไส้ใหญ่” ทำไมคนอายุน้อยป่วยโรคนี้มากขึ้น?

ช่วง 10 ปีก่อนหน้านี้ อุบัติการณ์ “มะเร็งลำไส้ใหญ่” มักตรวจเจอในกลุ่มคนสูงอายุ 50-70 ปี แต่ในช่วงหลังมานี้ เริ่มพบผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ

“มะเร็งลำไส้ใหญ่” คือโรคมะเร็งชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายกันกับมะเร็งอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายมนุษย์ เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ลำไส้ใหญ่ โดยเซลล์เกิดการแบ่งตัวแบบเพิ่มจำนวนจนควบคุมไม่ได้ ส่งผลให้เกิดเนื้องอก และเมื่อปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ นานหลายปี ก็จะบ่มเพาะตัวเองเป็นเซลล์เนื้อร้าย และกลายเป็นมะเร็งที่พร้อมจะลุกลามแพร่กระจายไปที่อวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มักมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป แต่ในปัจจุบันผู้ป่วยโรคนี้กลับมีอายุน้อยลง

สุขภาพที่ดี

ปัจจุบันพบข้อมูลจาก CNN ระบุว่า สัดส่วนของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ในกลุ่มผู้ใหญ่ที่อายุน้อยกว่า 55 ปีเพิ่มขึ้นจาก 11% ในปี 1995 เป็น 20% ในปี 2019 นอกจากนี้ 60% ของผู้ป่วยโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนักรายใหม่ในทุกช่วงอายุมักพบในช่วงระยะสองถึงสามแล้ว หรืออยู่ในอาการวิกฤติ

สำหรับ “ปัจจัยเสี่ยง” ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่อายุน้อยในอดีต หากแบ่งกลุ่มตาม “ไลฟ์สไตล์” การใช้ชีวิตที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรค ได้แก่ อาหารบางชนิด ไม่ออกกำลังกาย และน้ำหนักมากเกินไป แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีข้อมูลระบุว่าแม้บางคนจะกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และมีน้ำหนักตัวตามมาตรฐาน ก็ยังป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เนื่องจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมภายนอก แนะนำข่าวเพิ่มเติม>>> อุดฟันแล้วแต่ยังเสียวฟัน อาจมาจากหลายปัจจัย แนะควรปรึกษาทันตแพทย์ หากอาการไม่ดีขึ้น

 

อุดฟันแล้วแต่ยังเสียวฟัน อาจมาจากหลายปัจจัย แนะควรปรึกษาทันตแพทย์ หากอาการไม่ดีขึ้น

อุดฟันแล้วแต่ยังเสียวฟัน อาจมาจากหลายปัจจัย แนะควรปรึกษาทันตแพทย์ หากอาการไม่ดีขึ้น

กรมการแพทย์ โดยสถาบันทันตกรรมเผย อุดฟันแล้วแต่ยังเสียวฟันเกิดขึ้นได้ มีหลายปัจจัย เช่นความลึกของฟันผุ การหายของแผล วัสดุที่ใช้บูรณะ หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและทำการแก้ไข

นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึง การอุดฟัน เป็นการบูรณะฟันเพื่อทดแทนเนื้อฟันที่สูญเสียไปจาก ฟันผุ ฟันแตก หรือวัสดุอุดฟันเก่าชำรุด ให้กลับมามีรูปร่างเหมือนเดิมและใช้งานได้ปกติ โดยขั้นตอนการอุดฟันทันตแพทย์จำเป็นต้องกรอตัดเนื้อฟัน ทาสารที่มีความเป็นกรดอ่อน หรือฉายแสงที่อาจเกิดความร้อน ซึ่งขั้นตอนต่างๆเหล่านี้ อาจทำให้ของเหลวในท่อเนื้อฟันเกิดการเปลี่ยนแปลง และกระตุ้นประสาทฟันในชั้นลึกๆ ซึ่งเกิดขึ้นได้กับการอุดฟันแบบสีโลหะหรืออุดฟันแบบวัสดุสีเหมือนฟัน และยิ่งฟันผุใกล้โพรงประสาทฟันมากเท่าใด โอกาสเกิดภาวะเสียวฟันภายหลังการอุดฟันก็มีโอกาสเกิดมากขึ้นตามไปด้วย

อุดฟันแล้วแต่ยังเสียวฟัน

ทันตแพทย์หญิง ดร.สุมนา โพธิ์ศรีทอง ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังการอุดฟันอาจเกิดภาวะเสียวฟันได้ โดยสาเหตุอาจเกิดจากขั้นตอนการอุดฟันที่ผุลึก ต้องมีการกำจัดเชื้อโรคและกรอเนื้อฟันก่อนการบูรณะฟัน เมื่อกรอเนื้อฟันลงไปลึกจนกระทั่งกระตุ้นโพรงประสาทฟัน อาจทำให้เกิดอาการเสียวฟันช่วงระยะเวลาสั้นๆ และอาการเสียวฟันนั้นจะค่อยๆลดลงภายใน 2-4 สัปดาห์ กรณีที่ฟันผุลึกมากและการอุดฟันไม่สามารถป้องกันเชื้อที่มีแนวโน้มทะลุโพรงประสาทฟันได้ทั้งหมด อาการเสียวฟันอาจรุนแรงหรือมีปวดฟันร่วมด้วย

เนื่องจากเนื้อฟันและโพรงประสาทฟันไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม ซึ่งจำเป็นต้องรักษาคลองรากฟันและทำครอบฟัน อีกหนึ่งสาเหตุของอาการเสียวฟันจากกรณีที่วัสดุอุดฟันไม่แนบสนิทกับโพรงฟัน เนื่องจากธรรมชาติของวัสดุที่ใช้อุดฟันจะหดตัวลงหลังจากทำการอุดฟัน จนอาจเกิดรอยรั่วระหว่างชั้นวัสดุอุดและตัวฟัน ทำให้ของเหลวหรือเชื้อโรคผ่านเข้ารอยรั่วขนาดเล็กดังกล่าวไปกระตุ้นโพรงประสาทฟัน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีอาการเสียวฟันระยะเวลาสั้นๆ ขณะรับประทานอาหารที่มีรสหวาน นอกจากนี้การอุดฟันเพื่อทดแทนเนื้อฟันที่หายไป อาจทำให้จุดสบฟันภายหลังการอุดฟันมีการเปลี่ยนแปลง หรือการบดเคี้ยวอาหารแรงเกินไป การกัดเค้นฟัน อาจส่งผลให้เกิดอาการเสียวฟัน และภายหลังการกรอแก้ไข หรือลดพฤติกรรมการกัดเค้นฟัน อาการเสียวฟันดังกล่าวจะค่อยๆลดลง ในบางกรณีที่ผู้ป่วยกัดแล้วเสียวฟัน และอาการไม่ดีขึ้น อาจต้องหาสาเหตุของฟันร้าวร่วมด้วย

ทั้งนี้อาการเสียวฟันของผู้ป่วยแต่ละรายมีความแตกต่างกันในหลายปัจจัย หากอาการเสียวฟันไม่ดีขึ้นภายใน 2 – 4 สัปดาห์ แนะนำให้มาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและทำการแก้ไขต่อไป

อ่านข่าวสุขภาพที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่นี่ : “ลดน้ำหนัก” กิน “ผลไม้อบแห้ง” ดีหรือไม่

“ลดน้ำหนัก” กิน “ผลไม้อบแห้ง” ดีหรือไม่

“ลดน้ำหนัก” กิน “ผลไม้อบแห้ง” ดีหรือไม่

อาหารสำหรับคนที่ลดน้ำหนัก มีมากมายให้เลือกสรร แต่สำหรับใครที่สงสัยว่า “ผลไม้อบแห้ง” สามารถกินในช่วงที่เรากำลังลดน้ำหนักหรือไม่ ผลไม้อบแห้งมีประโยชน์ต่อร่างกายมากแค่ไหน

ตัวอย่างผลไม้อบแห้ง

  • ลูกพรุน
  • เมลอน
  • กล้วย
  • มะม่วง
  • แอปริคอต
  • แอปเปิล
  • สัปปะรด
  • มะเขือเทศราชินี
  • อินทผลัม
  • ส้ม
  • ลูกเกด
  • ลูกฟัก

ข่าวสุขภาพวันนี้

พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ หมอผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ระบุถึงข้อดีหรือข้อเสียของผลไม้อบแห้งต่อคนที่กำลังลดน้ำหนัก ดังนี้

ข้อดีของผลไม้อบแห้ง

  1. เป็นตัวเลือกทดแทนขนมขบเคี้ยวทอดกรอบ
  2. มีเส้นใยอาหาร
  3. เป็นแหล่งวิตามิน
  4. ผลไม้บางประเภทมีแคลเซียมเสริมกระดูก

ข้อเสียของผลไม้อบแห้ง

  • ผลไม้อบแห้งให้พลังงานมากกว่า เมื่อเทียบกับผลไม้สดที่น้ำหนักเท่ากัน

วิธีกินผลไม้อบแห้ง ไม่ให้ทำลายสุขภาพ

  1. ควรเลี่ยงผลไม้อบแห้งที่มีการเติมน้ำตาล หรือเกลือเพิ่ม
  2. ควรกินเป็นมื้อ ไม่ควรกินเรื่อยๆ ทั้งวัน
  3. ไม่ควรกินผลไม้อบแห้งมากเกินไป ปริมาณที่เหมาะสมคือ 30 กรัม เทียบเท่า 3 ช้อนโต๊ะ