Apple เตรียมเปิดตัวชุดหูฟัง Mixed-reality แต่ทีมพัฒนาคิดว่ายังไม่พร้อมวางจำหน่าย

แอปเปิลตกเป็นข่าวว่าใกล้เปิดตัวชุดหูฟัง Mixed-reality แต่ในทางตรงกันข้าม ทีมผู้พัฒนานวัตกรรมนี้ กลับคิดว่ามันยังไม่พร้อมที่จะวางจำหน่าย

รายงานของสำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ เปิดเผยว่า มีพนักงานของแอปเปิลที่ดูแลโครงการ Mixed-reality ได้ออกจากการดูแลโครงการนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของความสำเร็จของอุปกรณ์ชิ้นนี้ อีกทั้งยังมีข่าวว่าถูกตั้งราคาเอาไว้แพงแตะหลัก 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 103,000 บาท)

อุปกรณ์ Mixed-reality ถูกคาดการณ์ว่า น่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน Worldwide Developer Conference (WWDC) ที่จะมีขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ โดย มาร์ค เกอร์แมน จากบลูมเบิร์ก รายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ แอปเปิลได้สาธิตความสามารถของ Mixed-reality ต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงของแอปเปิลกว่า 100 คน ซึ่งเป็นนัยว่าใกล้ที่จะเปิดตัวเต็มแก่แล้ว

Apple

อย่างไรก็ดี Mixed-reality ซึ่งจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ลำดับล่าสุดของแอปเปิล แต่ก็มีทีมงานหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ว่านี้ของแอปเปิลมีโอกาสประสบความสำเร็จหรือไม่ เมื่อเทียบกับ iPod ที่เป็นการปฏิวัติการฟังเพลง ส่วน iPhone ก็มีแอปพลิเคชัน อีกทั้งยังเป็นเครื่องเล่นเพลงภายในตัวได้อีกด้วย แต่ชุดหูฟัง Mixed-reality ยังเป็นเครื่องคำถามที่ว่า สามารถขับเคลื่อนโลกเทคโนโลยีอย่างไรได้บ้าง

ทางด้าน มาร์ค เกอร์แมน ระบุว่า เฮดเซต Mixed-reality ในปี 2023 จะเป็นรุ่นไฮเอนด์ แต่ในปี 2024 แอปเปิลจะออกรุ่นที่มีราคาประหยัดลงมา เพื่อขยายตลาด

ก่อนหน้านี้ เคยมีการตั้งข้อสังเกตว่า การลาออกของ เซอร์โจนี ไอฟ์ ที่เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบของแอปเปิลในปี 2019 ส่งผลให้งานของทีมออกแบบทั้งหมดจะต้องรายงานขึ้นตรงต่อ เจฟฟ์ วิลเลียมส์ ซึ่งแตกต่างจากยุคของ สตีฟ จ็อบส์ ที่ฝ่ายออกแบบจะรายงานขึ้นตรงต่อตัวจ็อบส์โดยตรง

สำหรับกรอบระยะเวลาการพัฒนาเฮดเซต Mixed-reality ของแอปเปิล ใช้เวลานานถึง 7 ปี กินเวลาเป็นสองเท่าของการพัฒนา iPhone รุ่นแรกเลยทีเดียว

อ่านข่าวเพิ่มเติม : รู้จัก Ernie Bot มันคือ ChatGPT ที่ช่วยคุณค้นหาอะไรก็ได้ จาก Baidu

รู้จัก Ernie Bot มันคือ ChatGPT ที่ช่วยคุณค้นหาอะไรก็ได้ จาก Baidu

รู้จัก Ernie Bot มันคือ ChatGPT ที่ช่วยคุณค้นหาอะไรก็ได้ จาก Baidu

Baidu เตรียมเผยโฉมบริการ ChatGPT ต่อสาธารณชนในเดือนมีนาคม ซึ่งส่งผลให้หุ้นของบริษัทนี้พุ่งขึ้นเป็น 15% ทันที ถือว่าเป็นอีกแรงกระตุ้นที่ทำให้มีการแข่งขันในการสร้างบอต AI เข้าไปอีก

โดยบริการดังกล่าวถูกตั้งชื่อว่า “Wenin Yiyan” หรือชื่อที่เข้าใจง่ายในภาษาอังกฤษคือ “Ernie Bot” ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างการทดสอบเพื่อเปิดในเดือนหน้า ซึ่งพัฒนามาแล้ว 8 เดือนด้วยกัน นับเป็นอีกกระแสที่ตอนนี้มีหลายที่เริ่มลงทุน เกมสล็อต กับระบบ ChatGPT อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น Microsoft ที่กำลังพัฒนาอยู่และรวมถึง Startup กลุ่ม AI ที่กำลังเปิดให้บริการ โดยมีการลงทุนมากถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คาดว่าจะเปิดตัวอีกไม่นานหลังจากนี้

รู้จัก Ernie Bot

ทั้งนี้ Badu มีแผนจะรวมบริการ Ernie ไว้ที่บริการค้นหา เพื่อให้สามารถช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถพูดคุยกับบอต Open AI ได้ โดยการใช้เงินพัฒนากว่า พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ในการคิดค้น AI โดยคาดว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงของ AI นอกจากนี้ Ernie มีระบบ Machine Learning สามารถเรียนรู้การทานและเป็นรากฐานของเครื่องมือ ChatGPT ที่กำลังจะมีขึ้น

และเป็นสัญญาณที่ดี เพราะมีบริษัทหลายที่เริ่มจ้างงานของเทคโนโลยีนี้ โดยบางที่สามารถระดมทุนสูงสุดถึง 920 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งตามข้อมูลของ PitchBook มีการเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 35%

ดังนั้นปีนี้ถ้ามีหลายบริษัทที่จะลงทุนในกลุ่มนี้มากขึ้น คงต้องรอติดตามกันต่อไปว่าจะมีอะไรออกมาดีๆ ให้เราได้ลองใช้งานกันมากน้อยแค่ไหน

อ่านข่าวเทคโนโลยีที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่นี่ : Talent อาวุธสำคัญ ที่ สี จิ้นผิง ต้องการ

Talent อาวุธสำคัญ ที่ สี จิ้นผิง ต้องการ

“Talent อาวุธสำคัญ” ที่ “สี จิ้นผิง” ต้องการ เพื่อทำให้จีนชนะสงครามเทคฯ

สุนทรพจน์ของ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน ที่กล่าวในงานประชุมผู้แทนระดับชาติแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20 เป็นที่จับตาของทั่วโลก เพราะถือเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงแผนการพัฒนาประเทศในอนาคตของจีน ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของทั้งจีน และโลกโดยในการแถลงเมื่อคืนนี้หนึ่งในความสำคัญอันดับแรกๆ ที่สี จิ้นผิง เน้นย้ำ คือ นวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงการพัฒนาและดึงดูด Talent จากทั่วโลก เพื่อผลักดันให้จีนกลายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลกสี จิ้นผิง กล่าวว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และทรัพยากรมนุษย์ เป็นเสาหลักพื้นฐานและยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนความทันสมัยของจีน ที่จะพาให้ก้าวสู่การเป็นประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่และได้เน้นย้ำให้กับที่ประชุมตระหนักอีกว่า นวัตกรรมยังคงเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนความทันสมัยของจีน วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเป็นสมรรถนะหลักของการผลิต เหล่า Talent ถือเป็นทรัพยากรหลัก และนวัตกรรมเป็นแรงผลักดันหลักในการเติบโตของจีน

ข่าวเทคโนโลยี

จีนจะส่งเสริมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนแรงงานมืออาชีพของจีน และสร้าง Talent หรือกลุ่มผู้มีความสามารถสูง โดยจะให้ความสำคัญต่อการพัฒนาด้านการศึกษา ที่เสริมสร้างการพึ่งพาตนเองและความแข็งแกร่งในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้นสี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนจะสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เปิดกว้างและแข่งขันได้ทั่วโลก โดยจะเร่งดำเนินการตามกลยุทธ์การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการเชิงกลยุทธ์ของจีนที่ต้องการเป็นผู้บุกเบิก และเป็นต้นแบบของการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาที่สำคัญนอกจากนี้ สี จิ้นผิง ยังได้ให้คำมั่นว่า จะเร่งผลักดันจีนให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรม และแหล่งรวม Talent ของโลก เพราะตอนนี้กลยุทธ์การดึงดูดคนเก่งของประเทศกำลังเผชิญจากประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เช่น ไต้หวันและสิงคโปร์ ซึ่งได้เพิ่มความพยายามในการดึงดูดคนงานจากทั่วโลก

เส้นทางฝันของ สี จิ้นผิง เต็มไปด้วยความท้าทายความท้าทายของจีนไม่ได้มีเพียงแค่ประเด็นการแข่งขันดึงดูดคนเก่งของประเทศในเอเชียเท่านั้น แต่ศึกใหญ่ที่เป็นความท้าทายหลักของจริง หนีไม่พ้นสหรัฐอเมริกา …ก่อนหน้าที่จะมีงานประชุมใหญ่ของตัวแทนพรรคคอมมิวนิสต์จีน ฝั่งสหรัฐอเมริกาได้มีการเปิดเผยถึงกลยุทธ์ด้านความมั่นคงของชาติ ที่ประกาศชัดเจนว่า ทั้งเจตนารมณ์และความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์เพื่อเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกของจีน ที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดก็เพื่อหาผลประโยชน์ให้กับตนเองนั้น เป็นความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์แบบเรื้อรังมากที่สุดที่อเมริกาต้องเผชิญในยุคหลังสงครามเย็นเลยทีเดียวดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น คือ สหรัฐอเมริกาจึงคุมเข้มการส่งออก เพื่อจำกัดขีดความสามารถในการเข้าถึงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของจีน โดยสหรัฐฯ จะมุ่งเป้าไปที่การนำไปใช้งานในซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ที่กังวลว่าจีนจะใช้ปรับปรุงการคำนวณ เพื่อผลประโยชน์ทางการทหาร เช่น ออกแบบอาวุธ ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ หรือแม้แต่นำไปวิเคราะห์ผลของสงครามนอกจากนี้ยังมีกฎเกณฑ์ใหม่ในการกำหนดว่าคนของสหรัฐอเมริกาจะต้องขอใบอนุญาตสำหรับกิจกรรมที่จะสนับสนุนการพัฒนาชิปในจีนด้วยเหล่านี้คือ ความท้าทายเป็นอย่างยิ่งต่อเป้าหมายของ สี จิ้นผิง ที่วางไว้ให้จีนมุ่งหน้าสู่ศูนย์กลางของโลกในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี