เก๋งแซงไม่พ้น ทำรถรับ-ส่งนักเรียนประสานงารถตู้ เจ็บ 19 ราย เด็กดับแล้ว 2 ศพ

เก๋งแซงไม่พ้น ทำรถรับ-ส่งนักเรียนต้องหักหลบจนประสานงารถตู้ เจ็บ 19 ราย เด็กดับแล้ว 2 ศพ คนขับรถเก๋งยอมรับผิดทุกอย่าง

(9 ม.ค.66) เมื่อเวลา 17.30 น บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 115 พิจิตร-สากเหล็ก บริเวณกิโลเมตรที่ 98+300 ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โดยในขณะที่ นางเกสร อายุ 44 ปี ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีดำ 2086 พิจิตร ที่พยามจะแซงรถตู้รับส่งนักเรียนยี่ห้อนิสสัน สีบรอนซ์หมายเลขทะเบียน พิษณุโลก 2818 ที่รับนักเรียนจาก 5 โรงเรียนในตัวจังหวัดพิจิตร เพื่อไปส่งที่อำเภอสากเหล็ก แต่รถเก๋งแซงไม่พ้น ทำให้รถตู้รับส่งนักเรียนที่ขับโดย นายทัตเทพ พยายามหักหลบ และระหว่างนั้น มีรถตู้ส่วนบุคคลยี่ห้อฮุนได สีดำ ขับโดย นางสาวศสิมา ขับมากับเด็กในครอบครัว รวม 4 คน สวนทางมาอีกช่องจราจร ทำให้เกิดการชนประสานงากับรถรับส่งนักเรียน

ข่าวเด็กวันนี้

โดยเบื้องต้นหน่วยกู้ภัยได้นำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลพิจิตร โดยมีผู้บาดเจ็บจำนวน 19 ราย เป็นนักเรียน 17 ราย มีคนขับรถรับส่งนักเรียน และ คนขับรถตู้ส่วนบุคคล 2 ราย อาการสาหัสนักเรียน ที่มากับรถรับส่งนักเรียน 4 ราย มีอาการสาหัส แพทย์โรงพยาบาลพิจิตรได้เร่งทำการช่วยเหลือ แต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย ล่าสุด มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ส่วนที่เหลืออาการบาดเจ็บทั่วไป ศีรษะแตก แขนขาหักผิดรูป

โดยนางเกสร คนขับรถเก๋งได้เปิดเผยว่า ตนเองเป็นคนผิดที่พยายามจะแซงรถนักเรียนแต่แซงไม่พ้น โดยขอยอมรับผิดชอบทุกอย่าง โดยระหว่างนั้น นางเกสรก็มีเสียงสั่นเครือพยายามยกมือไหว้ขอโทษผู้ปกครองที่มาดูเหตุการณ์ และพยายามร้องบอกให้เด็กนักเรียนที่เพิ่งถูกงัดออกจากรถตู้ปลอดภัย ในขณะที่ผู้ปกครองหลายคนมาเห็นสภาพบุตรหลานก็พากันร้องให้ในขณะที่หลายคนที่ทราบข่าวก็พากันมาตามหาบุตรหลานอย่างอลเวง สำหรับบริเวณที่เกิดเหตุ เป็นเส้นทางที่กำลังมีการก่อสร้างการจราจร 4 ช่องทางการจราจร แต่ในขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้รถวิ่งสวนทางกันได้เพียง 2 ช่องทางเท่านั้น ข่าวเด็กเพิ่มเติม>>> การเสริมสร้างและพัฒนาสมองฝึกให้ลูกน้อยความจำดี

การเสริมสร้างและพัฒนาสมองฝึกให้ลูกน้อยความจำดี

การเสริมสร้างและพัฒนาสมองฝึกให้ลูกน้อยความจำดี

เด็ก

การเสริมสร้างและพัฒนาสมองฝึกให้ลูกน้อยความจำดี

1. ดึงความสนใจ

คุณพ่อคุณแม่ควรดึงความสนใจลูกน้อยก่อนและสบตากับลูก ก่อนที่ลูกน้อยจะสามารถใช้ความจำได้ จะต้องเพ่งความสนใจไปยังสิ่งที่ต้องการจำก่อนเสมอ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องพยายามดึงความสนใจของลูกน้อยไปยังของสิ่งนั้นให้ได้ก่อน

2. บัตรภาพหรือบัตรคำ

คุณพ่อคุณแม่อาจใช้บัตรภาพหรือบัตรคำช่วยให้ลูกน้อยได้เรียนรู้จดจำ ให้ลูกน้อยฝึกฝนวิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้ได้ตั้งแต่เด็กเล็กจนเด็กโต โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกเรื่อง หรือความสนใจไปตามวัยของลูกน้อยได้

3.ใช้คำถามฝึกเชื่อมโยงความจำ

คุณพ่อคุณแม่อาจจะใช้คำถามกับลูกน้อยเมื่อทำบางอย่างพึ่งเสร็จ จะเป็นการช่วยฝึกให้ลูกน้อยได้นำความจำระยะสั้นเป็นการทบทวนความจำแบบง่ายๆ ยิ่งคุณพ่อคุณแม่ใช้คำถามเชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วจะยิ่งช่วยฝึกความจำลูกได้ดีเลยทีเดียว

4.การทบทวนเป็นประจำ

การฝึกทบทวนบ่อยๆจะช่วยให้ความจำของลูกแม่นยำขึ้นอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกทบทวนสิ่งๆต่างๆให้กับลูกน้อยเป็นประจำเป็นการเรียกใช้ข้อมูลบ่อยๆ จะช่วยให้ระบบสมองทำงานประสานกันได้เป็นอย่างดี

5. ฝึกความจำจากการเล่นเกม

คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกเล่นเกมฝึกความจำบ่อยๆจะช่วยทำให้ลูกน้อยฝึกความจำได้เป็นอย่างดีแถมยังเป็นเรื่องที่น่าสนุกไม่เคร่งเครียดสำหรับลูกน้อยจนเกินไป เช่น เกมจับคู่ภาพเหมือนเกมหาคำศัพท์ เกมหาตัวเลข เกมบิงโก เป็นต้น

6. ดนตรี

ดนตรีเป็นสื่อที่ช่วยเพิ่มทักษะในด้านความจำของลูกน้อยที่ได้ผลดีมาก การที่ลูกน้อยฟังเพลง ร้องเพลงและเล่นเครื่องดนตรี ลูกน้อยจะต้องจดจำทำนอง เนื้อร้องและจังหวะเพลง

7.ศิลปะ

คุณพ่อคุณแม่อาจจะเตรียมอุปกรณ์ให้ลูกน้อยวาดรูป การวาดรูปจะช่วยให้สมองของลูกน้อยจดจำได้ดีขึ้น เพราะก่อนที่จะวาดออกมาเป็นรูป ลูกน้อยจะต้องใช้สมองคิดทบทวนในสิ่งที่เขาจะวาด

8. นิทาน

คุณพ่อคุณแม่ควรเล่านิทานให้ลูกฟัง การเล่านิทานให้ลูกฟังก่อนนอนช่วยเพิ่มความจำให้กับลูก เพราะการฟังนิทานก่อนลูกน้อยจะต้องมีใจจดจ่อกับเนื้อหาในนิทาน เมื่อเล่านิทานจบแล้วคุณพ่อคุณแม่ถามคำถามเกี่ยวกับนิทานเพื่อฝึกความจำของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี

9.รับประทานอาหารที่ดีต่อพัฒนาการสมอง

คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกน้อยรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง อาหารที่ดีกับสมอง เช่น อาหารจำพวก DHA วิตามินบี ธาตุเหล็ก เป็นต้น แหล่งอาหารเหล่านี้ได้จากการรับประทานปลา เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่ว อาหารทะเล และผัก ผลไม้ทุกชนิด

10. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกน้อยนอนวันละอย่างน้อย 7 ชั่วโมง ถ้าลูกน้อยนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง จะทำให้ขาดสมาธิ ความสามารถในการจดจำก็จะลดน้อยลง แต่ไม่ควรให้ลูกน้อยนอนเกินวันละ 9 ชั่วโมง เพราะการนอนมากจะทำให้ความตื่นตัวน้อยลงและทำให้ลูกน้อยเกิดความซึมเซา ประสิทธิภาพของความจำก็จะลดลงเช่นกัน